Post Views: 9
"เพชรบูรณ์" เป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่ามีอากาศดีตลอดทั้งปี และเป็นเดสติเนชันยอดฮิตของสายขับรถเที่ยว (Road Trip) เพราะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปไม่ไกลมาก ใช้เวลาเพียง 4-5 ชั่วโมง คุณก็จะได้สัมผัสกับภูเขาสูงตระหง่าน ทะเลหมอกสุดลูกหูลูกตา และทุ่งกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในไทย ไม่ว่าจะจัดทริปสั้นๆ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ หรือพักยาวๆ เพื่อสูดโอโซน เพชรบูรณ์คือคำตอบที่ครบจบทั้งที่เที่ยวธรรมชาติ คาเฟ่เก๋ๆ และวัดสวยงามอลังการ
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ 5 แห่ง
1. ภูทับเบิก (Phu Thap Boek): ยอดเขาที่สูงที่สุดในเพชรบูรณ์ ไฮไลต์คือไร่กะหล่ำปลีสีเขียวที่ปลูกลดหลั่นตามไหล่เขา และจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าที่ตระการตาที่สุด
2. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว (Wat Phra That Pha Sorn Kaew): วัดที่สวยงามอลังการด้วยสถาปัตยกรรมพระพุทธรูป 5 พระองค์สีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับฉากหลังที่เป็นภูเขาสูง และเจดีย์ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องสี ถ้วยชามเบญจรงค์ งดงามราวกับสวรรค์
3. ทุ่งแสลงหลวง (Thung Salaeng Luang): เจ้าของฉายา "ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย" ป่าสนและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เหมาะกับการมาตั้งแคมป์ ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ หรือขับรถกินลมชมวิว
4. จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ (Khao Takian Ngo Viewpoint): จุดชมทะเลหมอกแบบ 360 องศาที่เขาค้อ ที่สามารถมองเห็นเขาปู่ เขาย่า รูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ เป็นจุดกางเต็นท์ยอดฮิต
5. Pino Latte Resort & Cafe: คาเฟ่ชื่อดังบนเขาค้อที่วิวหลักล้าน นั่งจิบกาแฟ ทานเบเกอรี่ พร้อมชมวิวภูเขาและวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วจากมุมสูงได้แบบพาโนรามา
3. กิจกรรมที่ต้องลอง
- กินหมูกระทะปะทะลมหนาวที่ภูทับเบิก: เป็นวัฒนธรรมการเที่ยวภูทับเบิกไปแล้ว ที่ต้องตั้งเตาหมูกระทะหน้าเต็นท์หรือระเบียงห้องพัก ท่ามกลางอากาศ 10 กว่าองศา ฟินสุดๆ
- ถ่ายรูปทุ่งดอกไม้ที่เขาค้อ: ช่วงปลายปีจะมีทุ่งดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกไฮเดรนเยีย ดอกมาร์กาเร็ต เบ่งบานตามคาเฟ่และสวนต่างๆ สายคอนเทนต์ห้ามพลาด
- แวะชิมและซื้อสตรอว์เบอร์รีสดๆ: ตามสองข้างทางขึ้นเขาค้อและภูทับเบิก จะมีไร่สตรอว์เบอร์รีให้เข้าไปเก็บหรือซื้อกลับบ้าน หวานฉ่ำสดชื่นมาก
- ล่าทางช้างเผือก: บนยอดภูทับเบิกในคืนที่ฟ้าเปิด จะสามารถมองเห็นดวงดาวและทางช้างเผือกได้ชัดเจนมาก
4. ข้อมูลการเดินทาง
การเดินทางไปเพชรบูรณ์ที่สะดวกที่สุดคือการขับรถส่วนตัวหรือ "เช่ารถ" จากกรุงเทพฯ ขับมาตามทางหลวงหมายเลข 21 ตรงยาวๆ ถนนกว้างและขับง่ายมาก จนกระทั่งถึงช่วงขึ้นเขาค้อและภูทับเบิกที่มีความลาดชันและทางโค้ง
เคล็ดลับ: หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัว หรือไม่อยากเหนื่อยขับรถทางไกล สามารถนั่งเครื่องบินมาลง "สนามบินพิษณุโลก" แล้วจองรถเช่าผ่าน **Rent Connected** ขับจากพิษณุโลกมาเพชรบูรณ์ (ใช้เวลาเพียง 1.5 - 2 ชั่วโมง) ช่วยประหยัดเวลาได้มาก เลือกรถ SUV อย่าง Toyota Fortuner หรือ Honda CR-V ผ่านแอปพลิเคชัน จะช่วยให้การขับขึ้นเขามีสมรรถนะที่ดีเยี่ยม จุสัมภาระได้เยอะ และนั่งสบายตลอดทริป
5. ช่วงเวลาที่เหมาะสม
- ปลายฤดูฝน (สิงหาคม - ตุลาคม): เป็นช่วงที่จะมีโอกาสเจอ "ทะเลหมอก" ฟูๆ หนาๆ มากที่สุด ต้นไม้และป่าจะเขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำสุดๆ
- ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มกราคม): อากาศหนาวเย็น ท้องฟ้าโปร่ง ดอกไม้เมืองหนาวบานเต็มที่ เหมาะกับคนที่อยากไปรับลมหนาวแบบฟินๆ
6. ที่พักแนะนำ
- The Blue Sky Resort (เขาค้อ): รีสอร์ทสไตล์ English Country ท่ามกลางหุบเขา เหมือนหลุดไปอยู่ในชนบทของอังกฤษ ถ่ายรูปสวยทุกมุม
- วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก: มีบ้านพักและลานกางเต็นท์ริมหน้าผาให้เลือกมากมาย ตื่นมาเปิดประตูเจอทะเลหมอกเลย
- De Capoc Resort (เขาค้อ): รีสอร์ทสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์โดดเด่น สระว่ายน้ำสวย มองเห็นวิวภูเขาแบบไม่มีอะไรกั้น
7. ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน / 2 ท่าน)
- ค่าเช่ารถ (ผ่าน Rent Connected กรุงเทพฯ หรือ พิษณุโลก): 1,000 - 2,500 บาท/วัน
- ค่าน้ำมัน: 1,500 - 2,000 บาท
- ค่าที่พัก: 1,500 - 4,000 บาท/คืน
- ค่าอาหารและคาเฟ่: 2,000 บาท
รวมงบประมาณเฉลี่ย: 3,500 - 6,000 บาท / ท่าน
8. เคล็ดลับการเดินทาง Road Trip เพชรบูรณ์
- การขับรถขึ้นภูทับเบิก ทางค่อนข้างชันและมีโค้งพับผ้าหลายจุด ควรใช้เกียร์ต่ำ (L หรือ D1/D2) ทั้งขาขึ้นและขาลง เพื่อป้องกันเบรกไหม้
- หมอกมักจะลงจัดในช่วงเช้าและหลังฝนตก ทัศนวิสัยอาจเหลือเพียงไม่กี่เมตร ต้องเปิดไฟตัดหมอก และขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
- ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว รถจะติดบนภูเขาค่อนข้างมาก ควรเผื่อเวลาเดินทางหรือเลือกไปวันธรรมดาจะชิลกว่ามาก